4 เหตุผล ทำไมต้องลงทุนในหุ้น

Last updated: Mar 30, 2020  |  2981 จำนวนผู้เข้าชม  |  ลงทุน

4 เหตุผล ทำไมต้องลงทุนในหุ้น

ปัจจุบันมีการลงทุนหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เงินฝาก, พันธบัตรรัฐบาล, หุ้นกู้, อสังหาริมทรัพย์, กองทุนรวม และยังมีการลงทุนอีกรูปแบบหนึ่งที่เราน่าจะคุ้นหูกันเป็นอย่างดี นั่นคือ การลงทุนในหุ้น หรือที่หลายๆคนเรียกว่า เล่นหุ้น นั่นเอง

"หุ้นสามัญ” (Common Stock) เป็นตราสารซึ่งออกโดยบริษัท มหาชน จำกัด (บมจ.) ที่ต้องการระดมทุนเพื่อนำไปใช้ในกิจการ โดยผู้ถือหุ้นจะมีสถานะเป็น “เจ้าของกิจการ” ซึ่งจะมีส่วนได้เสีย หรือมีสิทธิในทรัพย์สินและรายได้ของกิจการ รวมทั้งมีโอกาสได้รับผลตอบแทนในรูปของปันผล ซึ่งขึ้นอยู่กับผลกำไรและข้อตกลงของบริษัทนั้นๆ

ลงทุนในหุ้น ดีอย่างไร ทำไม Solively จึงมองว่าเป็นการลงทุนที่น่าสนใจ มาติดตามกันเลยค่ะ



เริ่มต้นง่าย

ถึงแม้ในปัจจุบันหลายๆคนต้องการมีธุรกิจส่วนตัว แต่การทำธุรกิจในปัจจุบันให้ประสบความสำเร็จนั้น ไม่ง่าย! ไหนจะคู่แข่งที่มีฐานลูกค้าในมือ ไหนจะเรื่องเงินทุนที่ปัจจุบันวัดกันที่ ใครสายป่าน(ทุน)ยาวกว่า อีกทั้งด้านการบริหารจัดการ และการใช้เทคโนโลยีต่างๆที่ต้องปรับตัวและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้จะมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูง แต่โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็มีน้อยเช่นกัน นอกจากนั้นหากคุณมีความสนใจในหลายๆประเภทธุรกิจ ก็ไม่อาจทำทั้งหมดพร้อมกันได้ เพราะข้อจำกัดทั้งทางด้านเวลาและเงินทุน แต่หากคุณเลือกลงทุนในหุ้น คุณสามารถเลือกประเภทอุตสาหกรรมและเป็นเจ้าของในหลายๆกิจการในเวลาเดียวกันได้ เพราะคุณไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะ และไม่ต้องบริหารจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง เพราะแต่ละบริษัทมีผู้บริหารที่เก่งและเชี่ยวชาญในธุรกิจนั้นๆอยู่แล้ว หากคุณมองว่าเทรนด์การท่องเที่ยวไทยมีโอกาสขยายตัวไปอีกหลายปี คุณก็แค่เพียงซื้อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น สนามบิน หรือ โรงแรม หากคุณมองเห็นเทรนด์ด้านสุขภาพและมองว่าประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ คุณก็อาจเลือกซื้อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล โดยใช้เงินขั้นต่ำหลักร้อยหรือหลักพัน คุณก็มีสถานะเป็นเจ้าของและเกาะกระแสเมกะเทรนด์เพื่อรอรับผลตอบแทนในอนาคตโดยไม่ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งเพื่อสร้างธุรกิจใหม่ด้วยตัวเอง

 

2. เป็นเจ้าของกิจการ

หากเราซื้อหุ้น นั่นหมายถึงเราเป็นหนึ่งในเจ้าของกิจการ ซึ่งสามารถเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น และมีสิทธิในการออกเสียงลงมติในเรื่องต่างๆ เช่น การเพิ่มทุน การจ่ายปันผล การควบรวมกิจการ เป็นต้น



3. มีสภาพคล่องสูง

หากเราทำธุรกิจและต้องการเลิกลงทุน เราอาจต้องใช้เวลานานในการหาผู้รับช่วงต่อ เช่นเดียวกับการขายที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ก็ไม่สามารถหาผู้ซื้อได้ในทันทีทันใด แต่หากคุณมีหุ้นและต้องการขายหุ้นนั้นออกไป คุณสามารถทำได้ภายในเวลาเสี้ยววินาที เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ต และมีแอพพลิเคชันในการซื้อขายหุ้นในสมาร์ทโฟนเท่านั้น

 

4. ผลตอบแทนสูง

ถึงแม้การลงทุนในหุ้นจะมีความเสี่ยง แต่หากมองที่ผลตอบแทน จะพบว่าการลงทุนในหุ้นให้ผลตอบแทนย้อนหลังในอัตราที่สูงมาก และหากลงทุนต่อเนื่องในระยะเวลาที่นานพอ ผลตอบแทนแบบทบต้นที่ได้รับ อาจทำให้คุณมีอิสรภาพทางการเงิน หรือเกษียณอายุก่อนกำหนด(early retire) เลยก็ได้

เพื่อให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น

สมมติคุณมีเงินสำหรับลงทุนเริ่มต้น 500,000 บาท และสามารถลงทุนเพิ่มได้อีกปีละ 100,000 บาท เป็นระยะเวลารวม 20 ปี

หากนำเงินนี้ไปฝากธนาคาร และได้ดอกเบี้ย 2% ต่อปี เมื่อครบกำหนด คุณจะมีเงิน = 3,172,711 บาท

 


แต่หากนำไปลงทุนในตลาดหุ้น และได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 12% คุณจะมีเงิน = 12,028,391 บาท ในอีก 20 ปีข้างหน้า ซึ่งมากกว่าการฝากธนาคารถึง 4 เท่า

> โปรแกรมคิดผลตอบแทนแบบทบต้น <

และนอกจากผลตอบแทนในรูปของกำไรแล้ว เรายังมีโอกาสได้รับเงินปันผลในทุกๆปี ซึ่งหากมีพอร์ตหุ้นที่ใหญ่มากพอ เงินปันผลในแต่ละปีที่ได้รับ ก็อาจทำให้เรามีอิสรภาพทางการเงิน และเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้มากยิ่งขึ้น



เชื่อว่าหลายๆคนมีความสนใจ และต้องการลงทุนในหุ้น แต่อาจจะยังจับต้นชนปลายไม่ถูก และไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร เปิดพอร์ตหุ้นที่ไหน ซื้อขายอย่างไร มีวิธีเลือกหุ้นแบบไหนบ้าง ในบทความถัดไป Solively  จะพาไปชม “วิธีเล่นหุ้นออนไลน์ ในแบบฉบับที่ใครๆก็ทำได้” เริ่มตั้งแต่การเปิดพอร์ตหุ้นออนไลน์ ไปจนถึงการซื้อ-ขายหุ้นในตลาดจริง ต้องบอกว่าทุกอย่างสามารถทำผ่านสมาร์ทโฟน ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน ติดตามพวกเราได้ที่ solivelyth

Powered by MakeWebEasy.com