พรีเมียร์ลีก 2018-19 สิงห์บลูจะปาดหน้าเรือใบจริงหรือ?

Last updated: Sep 18, 2018  |  759 จำนวนผู้เข้าชม  |  กีฬา

พรีเมียร์ลีก 2018-19 สิงห์บลูจะปาดหน้าเรือใบจริงหรือ?

ณ วันที่ 17 กันยายน 2018 พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2018-19 ผ่านไปแล้ว 5 นัด ทีมที่รั้งจ่าฝูงคือแชมป์ 5 สมัยจากลอนดอน 'เชลซี' ภายใต้การนำทีมของกุนซือคนใหม่ เมาริซิโอ ซาร์รี ก่อนเปิดฤดูกาลนี้บริษัทพนันบอลถูกกฎหมายหลายแห่งยกให้เดอะบลูส์เป็นเต็ง 4 ในอัตรา 12/1 (แทง 1 จ่าย 12) บางแห่งก็จัดให้อยู่ในอันดับที่ห่างไกลจากถ้วยแชมป์มากกว่านี้ และทุกสำนักต่างฟันธงว่าทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าฤดูกาล2017-18 จะคว้าถ้วยใบนี้มาประดับบารมีอีกสมัย ในอัตรา 4/6 (แทง 6 จ่าย 4) โดยยกให้หงส์แดง ลิเวอร์พูล เป็นคู่แข่งแย่งแชมป์กับเรือใบ และแน่นอนว่า 3 ทีมที่กล่าวมานั้นยังเกาะกลุ่มหัวตารางไว้ได้เป็นอย่างดีในช่วงต้นฤดูกาล เดากันไม่ออกเลยทีเดียวว่าจะจบแบบไหนเพราะอะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันว่าทีมเต็ง 4 จะมีโอกาสคว้าแชมป์เหนือทีมเต็งหนึ่งมากน้อยเพียงใด

 

 

เหตุใดเชลซีถูกจัดอันดับทีมวางถึงเต็ง 4 ?

 

1. ปัจจัยในการเลือกตัวเต็งแชมป์ในแต่ละฤดูกาลไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของทีมนั้นๆเพียงทีมเดียว ต้องมองถึงความแข็งแกร่งของทีมอื่นด้วย และแน่นอนว่าหลังจากที่แมนเชสเตอร์ซิตี้เพิ่งกวาดคะแนนในลีกทะลุ 100 แต้ม เป็นสิ่งที่สุดยอดจริงๆยากที่ทีมไหนจะทำได้ ทีมเรือใบจึงมีสปอร์ตไลท์ส่องประกายสว่างไสวมาจากทุกทิศทางให้โดดเด่นที่สุดในลีกเมืองผู้ดี 

ข้อดีของทีมวางอันดับ 4

'ยิ่งสูงมากยิ่งกดดันมาก' การถูกวางไว้ที่อันดับ 4 ความกดดันย่อมน้อยกว่าอันดับ 1 แน่นอน หากทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในสนามย่อมมีโอกาสคว้าแชมป์มาครอง


2. การซื้อนักเตะในตลาดซัมเมอร์ไม่เป็นที่ฮือฮาเท่าที่ควร ถึงแม้จะปิดดีลสุดช็อค!กับแอธเลติก บิลเบา โดยการซื้อ เกปา อาร์ริซาบาลากา นายทวารวัย 23 ปีด้วยค่าตัวสถิติโลกประมาณ 71 ล้านปอนด์ แต่แฟนๆก็คาดหวังให้ 'เสี่ยหมี' โรมัน อบราโมวิช ทุ่มซื้อซุปตาร์ตำแหน่งอื่นด้วยเพื่อมาพยุงทีมให้จบอันดับที่ดีกว่าฤดูกาลที่แล้ว และเพื่อโควต้ายูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

 

3. การเปลี่ยนกุนซือคนใหม่จากอันโตนิโอ คอนเต้ เป็น เมาริซิโอ ซาร์รี ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอังกฤษขึ้นชื่อเรื่องการแข่งขันที่ดุเดือดมีทีมยักษ์ใหญ่หลายทีมและทีมระดับกลางหลายทีมที่พร้อมจะแย่งคะแนนตลอดฤดูกาล การเปลี่ยนผู้จัดการทีมคนใหม่จึงยังไม่เป็นที่ไว้วางใจจากบริษัทพนันบอล

 

4. ฟอร์มการเล่นที่ไม่คงเส้นคงวาของนักเตะเชลซี เช่น คว้าแชมป์ในฤดูกาล 2014-15 แต่ฤดูกาลต่อมาจบที่อันดับ 10 , คว้าแชมป์ในฤดูกาล 2016-17 แต่ฤดูกาลต่อมาจบที่อันดับ 5 จะเห็นได้ว่าฤดูกาลไหนที่ฟอร์มดีก็ดีมากจนคว้าแชมป์มาครองได้แต่ฤดูกาลไหนที่ฟอร์มการเล่นไม่ดีก็ตกไปไกลจนน่าใจหาย จึงเป็นสาเหตุให้ทุกสำนักไม่กล้าวางให้อยู่อันดันที่ 1

 

 

แน่นอนว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่าทีมไหนคือแชมป์ฤดูกาล 2018-19 เพราะเพิ่งผ่านไปแค่ 5 นัดเท่านั้น แต่! อย่าลืมว่า 1 ฤดูกาลมี 114 คะแนนเต็มให้ตามเก็บ ตอนนี้ผ่านไป 15 คะแนนแล้วเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลยทีเดียว มองย้อนลงไปที่ท้ายตารางทีมบ๊วยเพิ่งเก็บกันไปทีมละ 1 - 2 แต้มเท่านั้น มีระยะห่างจากคะแนนหัวตารางค่อนข้างมากและจะมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อมีแมตช์การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น หากบิ๊กทีมยังคงเส้นคงวากวาดคะแนนเก็บได้ทุกนัดแบบนี้แฟนบอลคงได้ลุ้นกันถึงหยดสุดท้ายแน่นอน 

 

ทีมวางอันดับต่างๆเป็นเพียงการคาดเดาล่วงหน้าก่อนเปิดฤดูกาลเท่านั้น เกิดจากการวิเคราะห์หลายๆปัจจัยของทุกทีมในลีกแล้วจัดอันดับความน่าจะเป็นที่ทีมนั้นๆจะจบฤดูกาลที่อันดับประมาณไหน ถามว่ามีผลกับฟอร์มการเล่นไหม? ส่วนตัวแล้วมองว่ามีค่ะ การถูกวางให้อยู่ในอันดับสูงหรือต่ำต้องมีความกดดันแน่ๆไม่มากก็น้อยแล้วแต่สภาพแวดล้อมของทีมและสภาพจิตใจของตัวนักเตะเอง สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นทีมวางอันดับ 4 อย่างเชลซีที่กำลังมาแรงหรือทีมวางอันดับไหนก็มีสิทธิ์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอังกฤษไปครองได้ทุกทีมถ้าเก่งพอ คอนเฟิร์ม! สโมสรไหนจะมาวินในฤดูกาลนี้ต้องติดตามกันต่อไป

 

 

 


 cassieJ

 

 

 

เครดิต : https://twitter.com/ChelseaFC  , http://redseto.website/2018/09/17/eden-hazard-describes-chelsea-team-mate-olivier-giroud-as-worlds-finest-goal-man/  , https://www.chelseafc.com/en/news/2018/9/16/hazard--keep-this-momentum  , https://www.chelseafc.com  

Powered by MakeWebEasy.com