รวมเคล็ดลับเด็ด 7 สิ่งที่ต้องทำ เมื่อรถคุณพังระหว่างทาง

Last updated: Mar 1, 2019  |  277 จำนวนผู้เข้าชม  |  รถยนต์

รวมเคล็ดลับเด็ด 7 สิ่งที่ต้องทำ เมื่อรถคุณพังระหว่างทาง

เหตุการณ์ไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลานั่นแหละครับ ถ้ามีกล้องติดรถก็ดีไปตรงที่เราสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆ เอาไว้ได้ทั้งหมด และนำกลับมาวิเคราะห์ถึงต้นตอและความเสียหายได้ในภายหลัง ซึ่งอุบัติเหตุนั้นเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ยาก เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่ามันจะมาเมื่อไหร่ ในรูปแบบไหน ดังนั้นการเตรียมพร้อมที่จะรับมือมันตลอดเวลาจึงเป็นสิ่งที่เพื่อนๆ ทุกคนควรทำ และวันนี้เรามี 7 เทคนิคที่ต้องทำ ถ้าเกิดรถพังกลางทางมาฝาก

 

1. เปิดไฟฉุกเฉินเตือนเพื่อนร่วมทาง

ไม่ว่าสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นอะไรก็ตามนะครับ ทั้งรถดับ ทั้งไม่ติด ทั้งเบรกไม่อยู่ ทั้งยางระเบิด ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เราต้องเปิดไฟฉุกเฉินก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อเป็นการเตือนเพื่อนร่วมทางของเราให้เค้ารู้ว่าเรามีปัญหาอยู่ และถอยห่างออกไปให้ไกล การทำแบบนี้นอกจากจะช่วยชีวิตเราเองแล้ว ยังช่วยชีวิตผู้อื่นได้ด้วย เพราะไฟฉุกเฉินที่เตือนให้คนอื่นหลบไปนั้นจะทำให้ลดการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงซ้ำซ้อน ป้องกันไม่ให้มีรถคันไหนมาชนหรือได้รับผลกระทบให้เรื่องใหญ่ขึ้นนั่นเอง

 

2. ประคองรถเข้าข้างทาง

หลังจากตั้งสติ เปิดไฟฉุกเฉินได้แล้ว ก็ให้เราพยายามประคองรถของเราเข้าข้างทางให้เร็วที่สุดครับ แต่ต้องไม่ลืมนะว่าการประคองรถครั้งนี้ต้องไม่ทำอย่างรีบร้อนจนเกินไป เพราะอาจจะมีรถหลังที่ขับตามมาด้วยความเร็วสูง และเสยตูดเข้าได้ ต้องมองอย่างรอบคอบว่าไม่มีรถขับมา หรืออยู่พ้นระยะแล้วเท่านั้น พยายามอย่าเหยียบเบรกให้รถดับกลางถนนเด็ดขาด เพราะมันอันตรายมาก เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง และข้างทางที่เราต้องประคองรถเข้าไป คือฝั่งซ้ายเท่านั้นครับ ห้ามไปจอดรถไว้ไหล่ทางฝั่งขวาเด็ดขาด เพราะเป็นเลนที่ใช้ความเร็วสูง เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงมากกว่าเดิมซะอีก

 

3. ติดต่อขอความช่วยเหลือ

จังหวะนาทีนี้นี่แหละครับที่ประกันภัยรถยนต์จะได้แสดงศักยภาพและพิสูจน์ให้เราเห็นว่าควรจะต่อประกันกับเค้าต่อไปมั้ย เพราะเราทำประกันมาไม่ใช่เพื่อแค่เวลาเกิดเหตุรถชนเท่านั้น แต่เค้าจะมีบริการที่คอยช่วยเหลือยามฉุกเฉินอยู่ด้วย บางเจ้าจะส่งรถสไลด์มารับถึงที่ บางเจ้าจะมีบริการจั๊มแบตต่างๆ นานา ขึ้นอยู่กับว่ารถเราที่เสียนั้นมันเกิดจากสาเหตุใด ถ้าติดต่อไม่ได้จริงๆ ไม่มีสติจะทำได้ ก็โทรหาคนที่เราไว้ใจมากที่สุด สนิทที่สุดให้เค้ารู้เหตุการณ์และหาทางช่วยเหลือเราได้เลยครับ เพราะคนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จะตั้งสติและจัดการกับปัญหาได้ดีกว่าเสมอ

 

4. อย่าเดินลงจากรถมั่วซั่ว

อุบัติเหตุส่วนมากที่รุนแรงจนเสียชีวิตเนี่ยมาจากการที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด คิดว่าถ้านั่งอยู่ในรถตอนรถเสียแล้วจะยิ่งอันตราย ออกมายืนนอกตัวรถแล้วจะปลอดภัย ซึ่งไม่จริงเลยครับ รถยนต์ที่จอดชิดริมขอบทางนั้นปลอดภัยที่สุด เพราะอย่างน้อยเราก็จะมีเกราะป้องกันจากรอบตัว หลายคนที่เสียชีวิตเพราะลงมายืนรอข้างทาง หรือนอกรถเวลารถเสีย แล้วมีรถหลังมาชนซ้ำทำให้ได้รับแรงกระแทกไปเต็มๆ ทางที่ดีเปิดฝากระโปรงหลังแล้วเช็กดูว่ารถเรามีกรวย หรือป้ายเตือนสะท้อนแสงรึเปล่า ถ้ามีให้รีบหยิบมาตั้งไว้ท้ายรถให้ห่างไปสัก 50 เมตรได้เลยครับ เพื่อนร่วมทางจะได้สังเกตเห็นและรู้ว่ารถเราเสีย เค้าจะได้ไม่เข้าใกล้

 

5. ซ่อมเองได้ถ้าทำเป็น

แต่กฎในข้อ 4 ก็จะมีข้อยกเว้นอยู่สักหน่อยครับตรงที่ ถ้าเราเองพอจะเป็นงานช่างอยู่บ้าง รู้ว่าอาการที่รถเสียเนี่ยมันเกิดจากอะไร ควรแก้ไขยังไงถึงจะทำให้ใช้งานได้ดังเดิม ก็ให้เราลงจากรถไปซ่อมได้เลย ไม่ต้องโทรหาใครให้เสียเวลา จัดการตัวเองได้ทันที เพื่อให้เราไม่ต้องหยุดอยู่ไหล่ทางนานๆ เพราะการจอดรถแบบนั้นเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากกว่าการประคองขับไปช้าๆ เสียอีก

 

6. ขอความช่วยเหลือจากคนในท้องที่

ส่วนใหญ่รถที่เสียก็จะเป็นช่วงเวลาไปต่างจังหวัดที่ไกลๆ นี่แหละครับ เพราะรถยนต์เราใช้งานหนัก วิ่งจากบ้านมาหลายร้อยกิโลเมตร หลายชั่วโมงแบบไม่หยุดพัก ดังนั้นจึงมีโอกาสเสียที่ไกลๆ ได้มากกว่าที่ใกล้ๆ และเพราะความไม่คุ้นเคยกับสถานที่ทำให้เราอาจจะหาอู่ซ่อม หรือขอความช่วยเหลือยาก ตรงนี้บอกเลยว่าไม่ต้องกังวลจนเกินไปครับ เพราะสุดท้ายแล้วคนพื้นที่เนี่ยแหละที่จะช่วยเราได้

 

7. ระวังมิจฉาชีพปลอมตัวมา

ข้อสุดท้ายนี้ต้องระวังเยอะหน่อยล่ะครับ เพราะให้เราสังเกตเลยว่า ถ้ารถเราเสียปุ๊บ แล้วไม่นานก็มีพลเมืองดีขับรถ หรือเข้ามาช่วยเหลือทันที แบบนี้แสดงว่ามันแปลกๆ แล้วล่ะ เพราะไม่แน่ว่าสาเหตุรถเสียของเราที่เจออาจจะเป็นเพราะเค้าวางยาก็เป็นได้ เช่น รถยางแตก เพราะเจอวางตะปูเอาไว้ ซึ่งเค้าอาจจะพาไปร้านปะยางใกล้ๆ ที่ชาร์จค่าปะแพงหลายร้อยบาท

 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องทำเมื่อรถพัง ถ้าไม่มั่นใจอะไรก็รอประกันเท่านั้นพอครับ ไม่ต้องยุ่งกับใคร รอในรถเงียบๆ ของเรา สำคัญคือ สติ จะช่วยให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี และกล้องติดรถยนต์ก็มีส่วนช่วยได้เยอะมาก เพราะคนร้ายหรือมิจฉาชีพส่วนใหญ่จะกลัวกล้องกัน เค้าไม่อยากให้ตัวเองถูกจับเป็นหลักฐานมัดตัว ดังนั้นจะไม่เลือกเหยื่อที่มีกล้องติดรถอยู่ เพราะฉะนั้นจะขับรถไปไหนก็ตาม ติดตั้งกล้องติดรถไว้ด้วยอุ่นใจที่สุดครับ หรือถ้าใครยังไม่มีก็เข้าไปหาข้อมูล เลือกรุ่นที่ถูกใจได้ที่นี่เลย www.rizerclub.com

Powered by MakeWebEasy.com