๑ วันไหว้พระ ณ พระนครศรีอยุธยา

Last updated: Jan 24, 2019  |  865 จำนวนผู้เข้าชม  |  เที่ยว-กิน

๑ วันไหว้พระ ณ พระนครศรีอยุธยา

“ปีใหม่นี้ถ้าเขาไม่มีใจ นั่งรถไฟไปอยุธยากับอิฉันสิเจ้าค่ะ” ไปอยุธยาครั้งนี้เราเลือกเดินทางด้วยรถไฟจากสถานีต้นทางหัวลำโพงเที่ยวเจ็ดโมงเช้า บอกเลยว่าบรรยากาศอบอวลไปด้วยวันเก่าๆ ที่แบบนี้แหละเสน่ห์รถไฟไทยที่อยากใหทุกคนได้ไปสัมผัส

เรามาถึงอยุธยากันประมาณแปดโมงสี่สิบนาที และเช่ามอเตอร์ไซค์ร้านใกล้กับสถานีรถไฟเพื่อความสะดวกในตอนคืนรถ ขอบอกว่าเราเสียค่าเดินทางกันในราคาน่ารักมากค่ะ

 - ค่ารถไฟ ไป-กลับ 40 บาท/คน

 - ค่าเช่ามอเตอร์ไซค์ 200 บาท/คัน

 - ค่าน้ำมัน 20 บาท

 

วัดที่ ๑ : วัดพนัญเชิงวรวิหาร

วัดพนัญเชิงเป็นวัดเก่า สร้างในสมัยพระเจ้าสายน้ำผึ้ง ก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระนางสร้อยดอกหมาก ภายในวัดมีองค์พระพุทธไตรรัตนนายก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อโต ให้เราได้สักการะ

นอกจากนี้ด้านข้างจะมีพระอุโบสถที่มีลวดลายฝาพนังที่วิจิตรงดงามมากค่ะ

และเดินออกมาด้านนอกริมฝั่งแม่น้ำนมัสการศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก

 

วัดที่ ๒ : วัดพุทไธศวรรย์

วัดนี้เป็นวัดที่แอบตามรอยมาจากละครเรื่องดังอย่างบุพเพสันนิวาส ในสมัยกรุงศรีอยุธยาพระเจ้าอู่ทองโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นหลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติแล้วสามปี เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการสร้างชาติของพระองค์ เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ทรงอพยพไพร่พลหนีโรคภัยจากเมืองอู่ทอง และวัดแห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยใช้เป็นสำนักดาบพุทไธศวรรย์ เราใช้เวลาในการเดินชมบริเวณวัดอยู่นานทีเดียว ภายในวัดเงียบสงบและมีมนตร์ขลัง

 

วัดที่ ๓ : วัดไชยวัฒนาราม

วัดไชยวัฒนารามถูกสร้างขึ้นในกรุงศรีอยุธยา โดยสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองโปรดให้สร้างเพื่ออุทิศผลบุญให้แก่พระราชมารดา ซึ่งในปัจจุบันบอกเลยว่าเป็นวัดที่งดงามและยิ่งใหญ่ สมดังคำที่แม่หญิงการะเกดในละครบุพเพสันนิวาสได้กล่าวไว้แน่แท้เจ้าค่ะ และเป็นวัดที่น่ามาเดินชมในช่วงสี่ห้าโมงเย็น มาชมแสงยามพระอาทิตย์จะลาลับ มานั่งชมแม่น้ำที่ไหลผ่านหน้าวัดในอดีต ความฟินสิบเต็มสิบไปเลยจ้า

 

วัดที่ ๔ : วัดโลกยสุธาราม

เป็นวัดที่ไม่ปรากฏหลักฐานการก่อสร้างว่าสร้างขึ้นเมื่อใด โดยวัดมีจุดเด่นคือ มีองค์พระพุทธรูปปางพระพุทธไสยาสน์(พระนอน)ขนาดใหญ่ และเป็นวัดที่อยู่ใกล้กับเขตพระราชวังโบราณและวัดพระศรีสรรเพชญ์ มีผู้เดินทางมาสักการะพระพุทธไสยาสน์อยู่เสมอ จนกลายเป็นอีกแลนด์มาร์กสำคัญของอยุธยาค่ะ

 

วัดที่ ๕ : วิหารพระมงคลบพิตร

วิหารพระมงคลบพิตรอยู่ติดกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ ภายในวิหารมีพระมงคลบพิตรเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยให้เคารพสักการะขอพร

 

วัดที่ ๖ : วัดพระศรีสรรเพชญ์

วัดพระศรีสรรเพชญ์มีฐานะเป็นวัดประจำราชวังเช่นเดียวกับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว) และวัดพระศรีสรรเพชญ์ยังคงยิ่งใหญ่อลังการแม้จะเหลือเพียงซากอิฐปูนที่แสดงให้เห็นถึงความเฟื่องฟูในสมัยกรุงศรีอยุธยา

 

วัดที่ ๗ : วัดเชิงท่า

วัดเชิงท่าเป็นอีกหนึ่งวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้าง ภายในวัดสงบและมีเอกลักษณ์ไม่แพ้วัดใดแน่นอนค่ะ

 

วัดที่ ๘ : วัดพระงาม

เป็นวัดเก่าแก่ที่อยู่ห่างออกไปนอกเกาะเมืองอยุธยา โดยความโดดเด่นของวัดนี้คือ ซุ้มประตูที่มีรากต้นโพธิ์ปกคลุมและได้รับการขนานนามว่า “ประตูแห่งการเวลา” ช่วงที่เหมาะแก่การมาถ่ายรูปคือช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกดินเพราะแสงจะสวยมากค่ะ

 

วัดที่ ๙ : วัดแม่นางปลื้ม

บอกตามตรงเลยค่ะ ว่าวัดนี้ไปไม่ทันได้เข้าวัดจริงๆ ไปถึงตอนเจ้าหน้าที่ปิดประตูวัดพอดี วัดโดยทั่วไปจะปิดตอนห้าโมงเย็น เพราะฉะนั้นหากเพื่อนๆตั้งใจไปไหว้พระเก้าวัดอย่าลืมบริหารเวลานะคะ แต่วันนี้เพียงหน้าประตูยังงดงามปานนี้ชวนให้อยากเข้าไปข้างในมาก ถ้าครั้งหน้าได้มีโอกาสมาอีกจะมานมัสการองค์พระประธานให้ได้เลย เศร้าแป๊บ

 

ปล. เที่ยวโบราณสถานวัดวาอารามอย่าลืมรักษากันด้วยนะคะ อย่าทิ้งขยะ อย่าหยิบจับ อย่าปีนป่ายโบราณสถาน และก็ไหนๆ ก็มาเที่ยวในสถานที่แห่งอดีต ลองหาคาเฟ่เย็นๆ นั่งทบทวนอดีต ว่าที่ผ่านมาเวลาให้สิ่งใดกับเราบ้าง และไม่ว่าอดีตจะให้อะไรเราบ้างทั้งดีและร้าย ขอให้มันเป็นประสบการณ์ที่จะนำพาตัวเราไปในทางที่ดีขึ้นนะเจ้าคะ

 

Z-story

Powered by MakeWebEasy.com