กล้องติดรถทรงสปอร์ต เท่ห์ หรู หราในแบบที่คุณต้องการ

Last updated: Mar 26, 2020  |  485 จำนวนผู้เข้าชม  |  รีวิว

กล้องติดรถทรงสปอร์ต เท่ห์ หรู หราในแบบที่คุณต้องการ

    ถ้าพูดถึงการขับขี่บนท้องถนนแล้วล่ะก็ สิ่งที่คนเรามักจะกังวลที่สุด คงไม่พ้นเรื่อง ความปลอดภัย ผมเชื่อว่าคนที่มีรถทุกคนเป็นคนที่ขับรถได้ แต่คำว่า “ขับรถดี /ขับรถเป็น หรือ การขับขี่ถูกกฎจราจร” ใช่ว่าจะหาได้ในทุกคน จริงไม๊ครับ ถ้าคุณไม่เชื่อผม ลองถาม คุณพ่อ คุณแม่ หรือ คุณลุง ที่บ้านดูได้ครับว่า การออกไปผจญภัยบนท้องถนน จะมีอารมณ์ขุ่นมัว หรือ ต้องมีการบ่นระหว่างขับรถกันบ้างล่ะ สาเหตุหลักๆส่วนใหญ่ก็มาจากการโดนขับปาดหน้า มอไซค์พุ่งออกมาจากซอยไม่ดูทางบ้าง รถข้างๆเปลี่ยนเลนกะทะหันบ้างล่ะ สิ่งเหล่านี้เนี่ยเกิดขึ้นประจำ จนบางทีเกิดเหตุไม่คาดคิดก็มี แต่ทำไงดีล่ะทีนี้ ไม่มีหลักฐานไปยืนยันกับคู่กรณี ว่าใครถูก ใครผิด บางทีคู่กรณีขับหนีหายไปเลยก็มี วันนั้นก็ซวยไปครับ ไม่ผิดละยังต้องมาเสียเงินอีก จนทำให้ผมคิดว่าไม่ได้การล่ะ เจอแบบนี้บ่อยๆ คงไม่ไหว ต้องหาอะไรมาเป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์เรา หรือแจ้งความฟ้องร้องเอาผิดกับคู่กรณี ซึ่งมันไม่ไกลจากตัวเราเลยครับ มันคือ “กล้องติดหน้ารถ” สิ่งที่ช่วยแสดงความยืนยันได้ว่าใครถูก ใครผิด

    วันนี้ทีมงาน solivelyth จะพาไปทำความรู้จักกับ กล้องติดรถทรงสปอร์ต ติดตั้งแล้วเนียนกริบไปกับตัวรถ มองไปแล้วเหมือนไม่ติดเลยครับ มีมาให้เลือกกันถึง 4 รุ่น ทั้งแบบมีหน้าจอ และแบบไม่มีหน้าจอ ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลของแต่ละท่าน ไปดูคุณสมบัติและความแตกต่างแต่ละรุ่นกันเลยครับ

1.กล้องติดรถ Supercam รุ่น HC-2 รุ่นนี้มาในดีไซน์สปอร์ต ติดแน่นด้วยขายึดแบบกาว หมดกังวลกับขายึดแบบดูดกระจกที่เวลาจอดรถตากแดดแล้วกล้องจะร่วง หล่นลงมาได้เลย ภาพคมชัดระดับ Full HD และยังมีโหมด WDR ปรับสมดุลแสงให้สว่างทั่วทั้งภาพอัตโนมัติ ด้วยดีไซน์การออกแบบทรงติดซ่อน และยังมีฟังก์ชั่น WIFI ทำให้การแชร์ไฟล์ ตั้งค่า หรือ ดูพรีวิว กลายเป็นเรื่องง่ายๆ ถึง HC-2 จะออกแบบมาให้ใช้งานผ่านมือถือ แต่เค้าก็ยังไม่ตัดหน้าจอทิ้ง เพราะบางคนชอบการดูภาพผ่านหน้าจอ เพื่อให้ความมั่นใจว่ากล้องติดรถยังทำงานอยู่ ส่วนใครที่กังวลกับฟิล์มกระจกรถยนต์จะพอง บวม เวลาถอด หรือย้ายตำแหน่งกล้อง ก็ไม่ต้องกลัวนะครับ เพราะรุ่นนี้เค้าแถมฟิล์มป้องกันรอยกาวมาให้ในชุดครับ



2.กล้องติดรถ Azdome รุ่น DAB211  หมดห่วงเรื่องความคมชัดไปได้เลยครับ เพราะให้กันมาเน้นๆที่ ระดับ 2K ภาพคมกริบแน่นนอน ส่วนเรื่องดีไซน์การออกแบบ ก็เน้นดีไซน์ทรงติดซ่อน หลังการติดตั้งแล้วเนียนไปกับตัวรถเหมือน HC-2 ครับ เพียงแค่ยังไม่มีฟังก์ชั่น  WIFI อ๊ะๆอย่าคิดว่าไม่มี ละมันจะไม่น่าสนใจนะครับ เพราะมันอาจจะเหมาะกับบางท่าน ที่ไม่ชอบอะไรวุ่นวายมาก ไม่ต้องเข้ามาเชื่อมต่อ WIFI ดาวน์โหลดไฟล์ กดปุ่มหลายปุ่ม ใช้ไม่เป็นอ่ะ ยากจัง หมดห่วงครับ DAB211 ก็สามารถเล่นไฟล์ย้อนหลัง หรือเลือกเปิดไฟล์ที่เกิดเหตุให้ตำรวจ ประกันดูได้เหมือนกันครับ



3.กล้องติดรถ DDPAI รุ่น Mini One แค่เห็นกล่องก็ต้องร้อง ว้าว แล้วแหละ คือ ดีงาม แถมตัวกล้อง น้ำหนักเบา ผิวสัมผัสแบบด้านๆ สีดำ เนียนกริบอ่ะ บอกเลย มาดูเสปกกันเลยดีกว่า ภาพคมชัด Full HD ตัวกล้องหมุนเลนส์ปรับขึ้น-ลงได้ 330 องศา และด้วยดีไซน์แบบทรงกระบอกไม่มีหน้าจอ จึงต้องตั้งค่าการใช้งาน ดาวน์โหลดไฟล์ผ่าน WIFI เท่านั้น แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่เรียนรู้ทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว ละข้อดีอีกอย่างคือไม่ต้องกังวลว่าเมมจะเสีย กล้องไม่บันทึกภาพตอนเกิดเหตุรึเปล่า เพราะรุ่นนี้เค้ามีหน่วยความจำภายในแบบ eMMC ขนาด 32 GB มาให้ ป้องกันปัญหาเมมเออเร่อจบ ครบ ในตัวเดียวครับ



4.กล้องติดรถ DDPAI รุ่น Mini3 อันนี้เป็นรุ่นพี่ของ MiniOne โดยรุ่นนี้ผลิตออกมาก่อน จะว่า Minione โคลนแบบกันมาเลยก็ว่าได้ เป็นรุ่นพี่ก็ต้องมีอะไรที่ต่างสิ แหม่ใจเย็นๆกันครับ มีแน่นอน เพราะราคาสูงกว่าพอสมควร ที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเลยคือ ความคมชัดที่ระดับ 2K+ หรือ 1600P คือเห็นหมดอ่ะ คนบนทางเท้า วัตถุข้างทาง ซูมไม่แตก เว่อร์ไปครับนั้น แต่คือชัดกว่า Full HD 2 เท่าแน่ๆ ถัดมาคือ รีโมท สำหรับล็อคคลิปไฟล์อุบัติเหตุ เพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่ โดยไม่ต้องละสายตาจากการขับ ลดการเกิดอุบัติเหตุไปได้มากโข สุดท้ายเลย คือ เป็นการแสดงผลขับขี่เหมือนกับเราเล่นเกมส์  สำหรับใครที่มีงบสูงหน่อยก็ไม่ควรพลาดกับ DDPAI Mini3 กันเลยล่ะครับ



    เป็นยังไงกันบ้างครับกับ 4 รุ่นที่ทางทีมงาน Solivelyth ไปสืบเสาะ เทียบคุณสมบัติ รวมถึงหน้าตาดีไซน์ตัวกล้องแล้วนำมาให้คุณผู้ชมได้ติดตามกัน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ในการเลือกซื้อ หรือใครที่กำลังคิดเปลี่ยนกล้องหน้ารถใหม่ ก็อย่าลืมเก็บไปพิจารณากันนะครับ เจอกันใหม่ใน รีวิวถัดไปครับ

Powered by MakeWebEasy.com