สุดยอด 10 กล้องติดรถยนต์มีหน้าจอที่คุณไม่ควรพลาดปี2021

Last updated: 2021-09-16  |  363 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สุดยอด 10 กล้องติดรถยนต์มีหน้าจอที่คุณไม่ควรพลาดปี2021

ปัจจุบันมี กล้องติดรถยนต์มีหน้าจอ และ กล้องติดรถยนต์ไม่มีหน้าจอ มีให้เราเลือกซื้อค่อนข้างเยอะ หลายรุ่น หลายแบรนด์จนเลือกไม่ถูกว่าควรเลือกรุ่นไหนดี ซึ่งสิ่งที่เราต้องการมากที่สุดเวลาเลือกซื้อของก็คือข้อมูล และ ตารางเปรียบเทียบเพื่อให้ดูง่ายๆ ซึ่งสำหรับบทความนี้ทางเราจึงจะมา แนะนำ 10 อันดับกล้องติดรถยนต์ที่มีหน้าจอและน่าใช้มากที่สุดในตอนนี้ พร้อมกับตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติแต่ละรุ่น ซึ่งถ้าใครสนใจกล้องติดรถยนต์ไม่มีหน้าจอ ก็สามารถอ่านได้ที่ 10อันดับ กล้องติดรถยนต์ที่ไม่มีหน้าจอ ได้เลยค่ะ

10 อันดับกล้องติดรถยนต์ที่มีหน้าจอ ที่น่าใช้ที่สุดในตอนนี้ ได้แก่

1. กล้องติดรถยนต์ 70Mai A500s Dual

2. กล้องติดรถยนต์ 70Mai A800s Dual

3. กล้องติดรถยนต์ 70Mai A400 Dual

4. กล้องติดรถยนต์ VIOFO  A129 Pro Duo

5. กล้องติดรถยนต์ VIOFO  A129 Duo

6. กล้องติดรถยนต์ VIOFO  A129 Plus Duo

7. กล้องติดรถยนต์ VIOFO A119V3

8. กล้องติดรถยนต์ AZDOME M10 Pro Dual

9. กล้องติดรถยนต์ AZDOME AR08 Dual

10. กล้องติดรถยนต์ BLUESKYSEA B4K Dual

แน่นอนว่าคนละแบรนด์คนละรุ่นกัน ก็ต้องมีความแตกต่างกันแน่นอน ซึ่งความแตกต่างจะมีอะไรบ้างก็ตามไปดูกันได้เลย

  แนะนำ 10 กล้องติดรถยนต์ (มีหน้าจอ) น่าใช้ปีล่าสุด

1. กล้องติดรถยนต์ Xiaomi 70Mai A500s Dual

แนะนำกล้องติดรถยนต์มีหน้าจอ 70Mai A500s

กล้องติดรถยนต์ 70Mai A500s เป็น กล้องติดรถยนต์ ที่คลิปวิดีโอของกล้องหน้ามีอัตราส่วน 4:3 ส่วนกล้องหลังเป็นแบบ 16:9 เป็นกล้องติดรถยนต์หน้า-หลังที่มีฟังก์ชั่นครบ ทั้ง WIFI,GPS, ADAS และกล้องหน้ามีความคมชัดถึง 2K แต่ขายในราคาแค่ 2 พันกว่าบาท ซึ่งแตกต่างกับกล้องติดรถยนต์ในตลาดทั่วๆไป ที่ถ้านำสเปคระดับนี้มาเทียบกัน มักจะมีราคาเกิน 4000 บาท ในเรื่องของดีไซน์ เป็นแบบ minimal ติดแล้วเนียนไปกับกระจกหน้ารถ ไม่ห้อยลงมาเกะกะ รองรับการใช้งานผ่านแอพ 70Mai

จุดเด่นที่สุด คือ เมื่อใช้ กล้องติดรถยนต์ 70Mai A500s กล้องหน้าหลังพร้อมกัน กล้องหน้าจะยังคมชัด 2K เหมือนเดิม

จุดสังเกตุ คือ ถึงแม้ว่าความคมชัดกล้องหน้าจะไม่ลดลง แต่เฟรมเรทของภาพจะลดลงจาก 30FPS เหลือ 25FPS แทน, ใช้แหล่งจ่ายพลังงานเป็นแบตเตอรี่

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :

 

2. กล้องติดรถยนต์ Xiaomi 70Mai A800s Dual
แนะนำกล้องติดรถยนต์มีหน้าจอ 70Mai A800s
กล้องติดรถยนต์ 70Mai A800s เป็นกล้องติดรถยนต์ที่มีราคาแพงที่สุดในแบรนด์ 70Mai และเป็นตัวท็อปตัวล่าสุด ฟังก์ชั่นต่างๆจะเหมือนกับ กล้องติดรถยนต์ 70Mai A500S แต่ปรับขนาดกล้องให้ใหญ่ขึ้น หน้าจอใหญ่มองเห็นชัดเจน และความคมชัดกล้องหน้าเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ส่วนกล้องหลังใช้ตัวเดียวกันกับกล้องหลังของ A500S และ รองรับการใช้งานผ่านแอพ 70Mai

จุดเด่นที่สุด คือ ภาพจากกล้องหน้าของ กล้องติดรถยนต์ 70Mai A800s จะคมชัดมาก คมชัดได้สูงสุดถึง 4K หรือความละเอียด 8 ล้านพิกเซล แต่ราคาไม่แพง เมื่อบันทึกภาพในเวลากลางคืนภาพก็ยังสว่างมาก เพราะ ใช้เลนส์ของ Sony IMX415 ซึ่งเป็นเลนส์เซนเซอร์ตัวท็อป ที่กล้องติดรถยนต์ราคาแพงๆมักนิยมใช้กัน

จุดสังเกตุ คือ ใช้แหล่งจ่ายพลังงานเป็นแบตเตอรี่

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :


 

3. กล้องติดรถยนต์ Xiaomi 70mai A400 Dual
แนะนำกล้องติดรถยนต์มีหน้าจอ 70Mai
กล้องติดรถยนต์ 70Mai A400 กล้องหน้าคมชัด Full HD รองรับการต้องกล้องหลัง ตัวกล้องหน้ามีรูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนกับกล้องหน้ารุ่นอื่นๆ ในแบรนด์ 70Mai แถมยังมีสีกล้องหน้าให้เลือกได้ทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีงาช้าง สีเทา และสีแดง เมื่อติดตั้งกล้องหน้า กล้องหน้าจะห้อยลงมา เป็นการดีไซน์แบบใหม่ ฉีกจากรูปทรงกล้องติดรถยนต์แบบเดิมๆของแบรนด์ 70Mai สามารถติดตัวกล้องบนกระจกได้เลย โดยไม่ต้องใช้ขายึดกล้องแบบดูดกระจกเหมือนกล้องติดรถยนต์ทั่วๆไปในตลาด จึงทำให้กล้องห้อยลงมาไม่มากนัก ไม่บังวิสัยทัศน์การมองเห็น แต่ก็ยังมองเห็นหน้าจอได้ชัดเจน มากกว่ากล้องติดรถยนต์แบบทรงติดซ่อนอย่าง กล้องติดรถยนต์ 70Mai A500S / A800S และรองรับการใช้งานผ่านทางแอพ 70Mai ได้อีกด้วย

จุดเด่นที่สุด คือ กล้องติดรถยนต์ 70Mai A400 มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีงาช้าง สีเทา และสีแดง ทำให้เราสามารถเลือกได้ตามใจ เช่น รถเราสีแดงเราก็สามารถเลือกกล้องติดรถยนต์สีแดงเพื่อให้เข้ากับรถได้ เป็นต้น

จุดสังเกตุ คือ ตัวกล้องไม่มี GPS ในตัว และไม่รองรับการต่อ GPS เพิ่ม ยังคงใช้แหล่งจ่ายพลังงานเป็นแบตเตอรี่

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :


 

4. กล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Plus Duo
แนะนำกล้องติดรถยนต์มีหน้าจอ VIOFO
กล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Plus Duo เป็น กล้องติดรถยนต์ ในแบรนด์ VIOFO ซึ่งแบรนด์ VIOFO เป็นแบรนด์กล้องติดรถยนต์ที่เป็นที่นิยมมากในประเทศทางยุโรป สำหรับกล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Plus Duo กล้องหน้ามีความคมชัด 2K กล้องหลังมีความคมชัด Full HD ซึ่ง กล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Plus Duo นั้นจะแตกต่างกับ กล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Duo และ กล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Pro Duo ตรงที่

ตารางความแตกต่างของ VIOFO A129 Plus กับ VIOFO A129 และ VIOFO A129 

VIOFO A129 Plus DuoVIOFO A129 Duo กับ VIOFO A129 Pro Duo
1. A129 Plus มีหน่วยประมวลผลกล้องหน้าและกล้องหลังแยกกัน (มีหน่วยประมวลผลที่กล้องหลังด้วย) ทำให้กล้องไม่ทำงานหนักมากเกินไป ทำงานเสถียรและทนทานมากยิ่งขึ้น1. A129 กับ A129 PRO หน่วยประมวลผลกล้องหน้าและกล้องหลังรวมกัน
2. A129 Plus ถ้าใช้งานพร้อมกันหน้าหลัง กล้องหน้าบันทึกได้ที่ 2K (2560x1440) เฟรมเรตสูงถึง 60fps2. ซึ่งต่างจากรุ่นอื่นๆ เช่น  A129 กับ A129 PRO ที่เฟรมเรทของภาพจะอยู่ที่ 25-30FPS
3. A129 Plus สายกล้องหลังมีขนาดเล็กลง ทำให้ติดตั้งเดินเก็บสายได้ง่ายกว่า 3. A129 กับ A129 PRO สายกล้องหลังมีขนาดใหญ่กว่า
4.เฟิร์มแวร์ล่าสุด รองรับ WIFI เฉพาะ 2.4GHz4. เฟิร์มแวร์เก่า รองรับ WIFI ทั้ง 2.4GHz และ 5GHz

จุดเด่นที่สุด : โหมดตอนบันทึกตอนจอดของกล้องติดรถยนต์ VIOFO รุ่น A129 กับ A119V3 นั้นถือว่าเป็นจุด Highlight ที่เด่นกว่ากล้องติดรถยนต์รุ่นอื่นๆ เพราะโหมดบันทึกตอนจอดถึง 3 รูปแบบ

1. Auto event detection คือ บันทึกเมื่อมีสิ่งเคลื่อนไหวผ่านหน้ากล้องติดรถยนต์ ซึ่งบันทึกวิทั้งดีโอก่อนและหลังมีสิ่งเคลื่อนไหวผ่านหน้ากล้องติดรถยนต์

2. Time lapse คือ ถ่ายภาพต่อเนื่องแบบเร่งความเร็ว วีดีโอที่บันทึกได้จะเคลื่อนไหวเร็วกว่าความจริง

3. Low bitrate recording คือ บันทึกวิดีโอด้วยบิตเรทต่ำเพื่อประหยัดพื้นที่เก็บข้อมูล ขนาดไฟล์จะอยู่ที่ประมาณ 4 Mbs
(ปกติเมมโมรีการ์ด 64GB กล้องจะบันทึกได้นาน 5 ชั่วโมง แต่หากเลือก Low Bitrate กล้องจะบันทึกได้นานถึง 15 ชั่วโมง)

โดยปกติกล้องติดรถยนต์รุ่นอื่นๆ มักจะมีโหมดบันทึกตอนจอด แค่ Time lapse หรือ แบบเมื่อชนแล้วค่อยเปิดบันทึกให้อัตโนมัติ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :


 

5. กล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Pro Duo
แนะนำกล้องติดรถยนต์มีหน้าจอ VIOFO
กล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Pro Duo ต้องบอกว่ารูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้ต่างกับตัวกล้องติดรถยนต์ ในรุ่น A129 กับ A119V3  เลย แต่ที่ต่างกันคือคุณสมบัติที่สามารถทำได้ ซึ่งกล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Pro Duo นั้นมีกล้องหน้าคมชัดถึง 4K ซึ่งต่างจาก กล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Plus Duo ที่คมชัด 2K ต้องยอมรับว่า กล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Pro Duo นั้นคมชัดมากกว่าเท่าตัว แต่รูรับแสงแคบกว่า เลยทำให้ภาพที่บันทึกได้ในกลางคืนสว่างนั้นจะน้อยกว่าเล็กน้อย ,รองรับ WIFI ทั้ง 2.4GHz และ 5GHz และกล้องติดรถยนต์ A129 Pro Duo เป็นกล้องติดรถที่คมชัด 4K รุ่นแรกๆ ที่ขายในราคาหลักพัน และยังมีโหมดบันทึกตอนจอดแบบ advance เหมือนกันกับกล้องติดรถยนต์เกาหลีที่ราคาส่วนใหญ่มักเริ่มต้นที่หลักหมื่น รองรับการใช้งานผ่านแอพ VIOFO

จุดเด่นที่สุด คือ มีโหมดบันทึกตอนจอดเช่นเดียวกับกล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Plus Duo

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :

 

6. กล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Duo
แนะนำกล้องติดรถยนต์มีหน้าจอ VIOFO
กล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Duo เป็นกล้องติดรถยนต์รุ่นแรกสุดของ รุ่น A129 และยังเป็นกล้องติดรถยนต์รุ่นแรกๆ ที่เมื่อใช้งานกล้องหน้า-หลังพร้อมกันแล้วความคมชัดยังคงเป็น Full HD เฟรมเรท 30FPS ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเหมือนเดิม ซึ่งแตกต่างจากกล้องติดรถยนต์รุ่นอื่นๆ ที่ออกมาพร้อมกันในช่วงนั้น ที่กล้องหน้ามักจะคมชัด Full HD แต่กล้องหลังคมชัด VGA หรือ HD เท่านั้น จึงทำให้ กล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Duo เป็นที่นิยมและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก หลังจากนั้นก็ได้มีการอัพเดตเฟิร์มแวร์ให้ทำงานเสถียรมาก และมีความทนทานมากขึ้น และที่สำคัญยังมีระบบบันทึกตอนจอดแบบเดียวกับกล้องรุ่นพี่ อย่างกล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Plus Duo กับ กล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Pro Duo ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นที่สุดเช่นเดียวกัน รองรับการใช้งานผ่านแอพ VIOFO

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :


 

7. กล้องติดรถยนต์ VIOFO A119V3
แนะนำกล้องติดรถยนต์มีหน้าจอ VIOFO
กล้องติดรถยนต์ VIOFO A119V3 เป็นกล้องติดรถยนต์ที่ให้ภาพคมชัด แม้ในเวลากลางคืนก็ยังคงสว่างมาก ซึ่งมาจากเลนส์ SONY และรูรับแสงที่กว้าง ภาพที่บันทึกได้นั้น แทบไม่มี Noise เกิดขึ้นในภาพแม้จะขับรถบนถนนที่ไม่มีไฟข้างทาง นอกจากนี้เลนส์กระจกรถยนต์เป็นแบบ 7 ชั้น ทำให้ภาพคมชัด ใส ตัวกล้องมีเทคโนโลยี HDR แบบใหม่ ที่ช่วยปรับภาพที่มืดเกินไปและสว่างจ้าเกินไปให้ออกมาคมชัดพอดีเท่ากันทั้งภาพ รองรับการใช้งานผ่านแอพ VIOFO

จุดเด่นที่สุด คือ นอกจาก กล้องติดรถยนต์ VIOFO A119V3 จะมีโหมดบันทึกตอนจอดแบบกล้องติดรถยนต์ VIOFO รุ่น A129 แล้ว ก็ยังสามารถเลือกตั้งค่าความคมชัดเป็น 2K+ (2560X1600P @30fps) ได้ หรือถ้าต้องการเฟรมเรทสูงขึ้น มีตัวเลือก 2560X1440P @60FPS อีกด้วย  และยังรองรับเมมได้สูงสุดถึง 256GB ต่างกับกล้องหน้าทั่วๆ ไปที่มักจะรองรับได้สูงสุดแค่ 64GB

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :

 

8. กล้องติดรถยนต์ AZDOME M10 Pro Dual
แนะนำกล้องติดรถยนต์มีหน้าจอ AZDOME
กล้องติดรถยนต์ AZDOME M10 PRO Dual กล้องหน้า-หลังคมชัด Full HD เมื่อติดตั้งกล้องหน้า กล้องหน้าจะห้อยลงมาทำให้มองเห็นภาพจากหน้าจอกล้องได้ชัดเจนมากกว่ากล้องติดรถยนต์แบบทรงติดซ่อน นอกจากนี้ยังมี WIFI และ GPS มาแล้วในตัว สามารถใช้งานกล้องติดรถยนต์ผ่านทางแอพ AZDOME ได้ รองรับโหมดบันทึกตอนจอด 24ชม. แบบ Time lapse

จุดเด่นที่สุด คือ กล้องติดรถยนต์ AZDOME M10 PRO Dual 
1. กล้องหลังสามารถเลือกได้ 2 แบบ คือแบบติดตั้งในรถยนต์ (WR05) ไม่กันน้ำ กับ แบบติดตั้งนอกรถ (WR03) กันน้ำได้ ถ้าเลือกกล้องหลังแบบกันน้ำติดตั้งนอกรถสามารถใช้ฟังก์ชันช่วยถอยจอดได้

2. หน้าจอกล้องติดหน้ารถยนต์เป็นแบบทัชสกรีน ใช้งานง่าย หน้าจอ OLED คมชัดสูงพิเศษ หน้าจอแบบนี้จะคมชัดมากกว่าจอ LCD และ IPS ของกล้องติดรถยนต์ทั่วๆ ไป

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :

 

9. กล้องติดรถยนต์ AZDOME AR08 Dual
แนะนำกล้องติดรถยนต์มีหน้าจอ AZDOME
กล้องติดรถยนต์ AZDOME AR08 Dual กล้องหน้า-หลังคมชัด Full HD หน้าจอเป็น IPS แบบทัชสกรีน กว้าง 9.66 นิ้ว ซึ่งมีขนาดที่ใหญ่สามารถมองเห็นชัดเจน เหมาะกับรถยนต์ที่ไม่มีกล้องมองเนื่องจากหน้าจอกล้องมีขาดใหญ่พิเศษ จึงใช้มองเพื่อกะระยะเวลาถอยหลังได้ดี ซึ่งจะต่างกับกล้องติดรถยนต์ทั่วๆ ไปที่มีหน้าจอกว้างเพียงแค่ 2.0-3.0 นิ้วเท่านั้น สามารถรองรับการใช้งานผ่านแอพ AZDOME ได้เช่นกัน

จุดเด่นที่สุด คือ กล้องติดรถยนต์ AZDOME AR08 Dual

1. กล้องหน้าสามารถใช้แทนกระจกมองหลังได้ ส่วนกล้องหลังเป็นแบบติดตั้งนอกรถ (WR03) กันน้ำได้ ซึ่งมีมีฟังก์ชั่นช่วยถอยจอด

2. สามารถปรับมุมกล้องหน้าและกล้องหลังได้โดยการปัดขึ้นหรือลงที่บนหน้าจอกล้องได้เลย ซึ่งโดยปกติกล้องติดรถยนต์ทั่วๆ ไป ถ้าต้องการปรับมุมมองของกล้องติดรถยนต์จะต้องเไปขยับที่ตัวกล้องติดรถยนต์โดยตรง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :

 

10. กล้องติดรถยนต์ BLUESKYSEA B4K Dual
แนะนำกล้องติดรถยนต์มีหน้าจอ Blueskysea
กล้องติดรถยนต์ BLUESKYSEA B4K Dual เป็น กล้องติดรถยนต์ ในแบรนด์ BLUESKYSEA เช่นเดียวกับกล้องติดรถยนต์ B1W ซึ่งกล้องหน้าของ กล้องติดรถยนต์ BLUESKYSEA B4K  มีความคมชัดถึง4K กล้องหลังคมชัด Full HD ซึ่งตัวกล้องใช้เลนส์ IMX415 เหมือนกล้องติดรถยนต์ 70Mai A800S แต่ให้ภาพที่สว่างพอดีมากกว่า และใช้คาปาซิเตอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติดีกว่าแบตเตอรี่ เพราะ ทนความร้อนสูงกว่า ปลอดภัยกว่า และอายุการใช้งานยาวนานกว่า หมดกังวลเรื่องแบตเสื่อม แบตบวม และต้องค่อยมาตามเปลี่ยนแบตเตอรี่ไปได้เลย ซึ่งเหมาะอย่างมากกับใช้งานในประเทศไทย โดยเฉพาะ คนที่จำเป็นต้องจอดรถตากแดดเป็นประจำ ถ้าเลือกใช้ กล้องติดรถยนต์ ที่ใช้คาปาซิเตอร์ก็จะทนทานและปลอดภัยมากกว่านั้นเอง สามารองรับการใช้งานผ่านทางแอพ B1W

จุดเด่นที่ที่สุด คือ กล้องติดรถยนต์ BLUESKYSEA B4K  ตัวกล้องหน้าใช้คาปาซิเตอร์เป็นแหล่งจ่ายพลังงาน ส่วน ตัวกล้องหลังสามารถหมุนได้ 360 องศา

จุดสังเกตุ คือ กล้องหลังติดได้แค่ในรถเท่านั้น

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :


 

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของกล้องติดรถยนต์มีหน้าจอ ทั้ง 10 รุ่น

ตารางเปรียบเทียบกล้องติดรถยนต์มีหน้าจอ

Powered by MakeWebEasy.com