10 ปากว่าไม่เท่ามีภาพหลักฐาน เพราะคนที่ถูกอาจจะกลายเป็นคนผิดได้ในพริบตาเดียว!!!

Last updated: 2021-10-14  |  98 จำนวนผู้เข้าชม  | 

10 ปากว่าไม่เท่ามีภาพหลักฐาน เพราะคนที่ถูกอาจจะกลายเป็นคนผิดได้ในพริบตาเดียว!!!

เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอเหตุการณ์ “คนผิดลอยนวล คนถูกนั่งช้ำใจ” ถึงกับต้องอุทานว่า ...นี่มันอะไรกันครับเนี่ย!! ผมนี่สุดจะทนคนอย่างคุณ คือถ้าไม่มีหลักฐานก็ไม่คิดจะรับผิดชอบผมเลยใช่ไหมครับ!!... ซึ่งต้องบอกเลยว่าเหตุการณ์เล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับคนทั่ว ๆ ไปเลย แถมเกิดได้ทุกที่ทุกเวลา ตั้งแต่เหตุการณ์เล็ก ๆ ไปจนถึงเหตุการณ์ใหญ่ ๆ ได้เลยนะ ยกตัวอย่างเช่น


“นาย A บอก กับทุกคนว่านาย B เดินชนเขาจนมือถือของเขาหล่นแล้วก็พัง นาย B เป็นคนผิดนาย B ต้องรับผิดชอบโดยการซื้อมือถือเครื่องใหม่ให้กับเขา แต่นาย B บอกว่าไม่ใช่ เขาไม่ได้เดินชนนาย A เลย นาย A ต่างหากที่เดินมาชนเขาเองแล้วก็ทำมือถือหล่นพัง โดยที่เขาไม่ได้ทำอะไรเลย ทำไมเขาต้องรับผิดชอบนาย A ด้วย”


เห็นไหมคะ คุณจะเห็นว่านาย A กับนาย B พูดไม่เหมือนกันเลย ต่างคนต่างก็บอกว่าตัวเองเป็นคนถูก ซึ่งตัวคุณเองคุณจะรู้อยู่แล้วแหละว่า 1 ใน 2 คนนี้ มีคนหนึ่งที่พูดโกหกแน่นอน แต่คุณจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าใครกันนะที่พูดโกหก? คือจะให้มานั่งโยนหัว-ก้อยว่า ใครพูดจริงพูดโกหกก็ไม่ได้ถูกมั้ย แบบออกหัวนาย A โกหกนะ ออกก้อย นาย B โกหกนะ ไม่ได้แบบนี้มันเสียภาพพจน์ชาวเน็ตหมด เพราะฉะนั้น นาย A กับนาย B จะต้องมีหลักฐานมายืนยันความถูกต้องให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น อะไรก็ตามที่จะสามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานยืนได้ เช่น

 
1. คนที่เห็นเหตุการณ์





ก็คือคนที่อยู่ในเห็นเหตุการณ์ เห็นเหตุการณ์ด้วยตาของตัวเอง หรือ อาจจะเห็นเหตุการณ์แล้วหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายภาพเก็บไว้ได้ทันที หรือ อาจจะไม่ได้ตั้งใจไปถ่าย แค่แบบมาถ่ายรูป หรือ ถ่ายคลิปเล่นเฉย ๆ แล้วบังเอิญมันถ่ายติดเหตุการณ์ตอนนั้นไว้ได้พอดี

 

 


2. กล้องวงจรปิด





อาจจะเป็นกล้องวงจรปิดของสถานที่ต่าง ๆ ที่อยู่บริเวณนั้น เช่น โรงเรียน สำนักงาน ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน โรงแรม ธนาคาร หรือ บ้านของคนแถวนั้น ที่ติดกล้องวงจรปิด แล้วมุมกล้องถ่ายติดภาพเหตุการณ์ตอนนั้นไว้ได้พอดี

 

3. กล้องติดรถยนต์





เช่น กล้องติดรถยนต์ของคนทั่วไป ของรถขนส่ง ของรถโดยสารประจำทาง หรือ ของรถรับส่งพนักงาน ที่ขับรถผ่านไปผ่านมา หรือ อาจจะจอดติดไฟแดงบริเวณนั้นเข้าพอดีก็เลยเก็บภาพเหตุการณ์ไว้ได้เช่นเดียวกัน

(คุณจะเห็นว่ากล้องวงจรปิดไม่ได้มีไว้แค่จับขโมยอย่างเดียว และ กล้องติดรถยนต์ก็ไม่ได้มีไว้แค่เก็บภาพตอนอุบัติเหตุรถชนกันอย่างเดียวเท่านั้น)


และเชื่อว่าหลายคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ต้องมีคนคิดบางแหละว่า

“เดี๋ยวนะ? เรื่องแค่นี้เองนะ แค่คนเดินชนกันแล้วมือถือหล่นพัง จำเป็นต้องมองหาหลักฐานมายืนยันความจริงให้ตัวเองขนาดนี้เลยเหรอ เกินไปหรือเปล่า”

นั้นสินะคะ เรื่องแค่นี้เองเกินไปหรือเปล่า ถึงจะเป็นคนถูกก็รับผิดไปเถอะเรื่องจะได้จบ ๆ จะได้ไม่เสียเวลา ซึ่งถ้าใครจะคิดแบบนี้ก็ไม่ผิดนะ แบบบางทีมันอาจจะเป็นเรื่องเล็กสำหรับเขาจริง ๆ งั้นถ้าเกิดพอร์ตเรื่องมันเป็นแบบนี้แทนล่ะ


“นาย A บอกว่านาย B เป็นคนฆ่าคนตาย นาย B ต้องติดคุกและรับโทษ แต่นาย B บอกว่าเขาไม่ เขาได้ฆ่า นาย A ต่างหากที่เป็นคนฆ่าคนตาย ทำไมเขาต้องรับผิดชอบโดยการติดคุกด้วย”


ถ้าเรื่องมันเป็นแบบนี้ คุณจะยังคิดว่าการหาหลักฐานมายืนยันความถูกต้องให้ตัวเองมันยังเกินไปอยู่หรือเปล่า? มันยังเล็กน้อยอยู่หรือ? ไม่เลยคุณจะคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่มาก แบบนี้ใครจะไปยอมได้ จากคนบริสุทธิ์ กลายเป็นฆาตกรเลยนะ





ซึ่งมันก็อารมณ์เดียวกันเลยค่ะ ต่อให้เรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย อุบัติเหตุรถชน สุนัขข้างบ้านกัด โจรขึ้นบ้านขโมยของ และก็อื่น ๆ อีกมากมาย ถึงแม้บางเรื่องมันอาจจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ เราก็ไม่ควรยอมรับผิดถ้าเราไม่ผิดค่ะ เพราะว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องความถูกต้องให้กับตัวเอง คือเราไม่ผิดเราจะรับผิดไปทำไม ถ้าเป็นแบบนี้คนผิดก็ไม่ยิ่งได้ใจทำผิดซ้ำซากไม่จบสิ้นแน่นอน


ถ้าเรื่องไหนที่เราสามารถทำแล้วช่วยเหลือตัวเองได้เราก็ควรจะทำไว้ก่อนเลย เพราะบางเรื่องคนอื่นก็อาจจะช่วยเราไม่ได้ อย่างเรามีบ้านเราก็ควรจะติดกล้องวงจรปิด เรามีรถยนต์ก็ควรจะติดกล้องติดรถยนต์ และยิ่งยุคสมัยนี้บอกเลยว่าหาไม่ยาก แถมราคาก็ไม่แพงมากแล้วด้วย คือซื้อหนึ่งครั้งก็ใช้ได้นานหลายปี

เพราะฉะนั้น อย่าเป็นเลยนะคะ “คนที่ไม่เห็นโล่งศพแล้วไม่หลังน้ำตา” เรามาเป็นคนที่ “ฉันจะไม่เห็นโล่งศพและฉันก็จะไม่หลั่งน้ำตา” กันดีกว่าค่ะ

 

  ช่องทางการสั่งซื้อ

  กล้องติดรถยนต์



  กล้องวงจรปิด



 
  ช่องทางการติดต่อ



 

Powered by MakeWebEasy.com