กล้องติดรถยนต์ VIOFO ซีรีส์ A129 แตกต่างกันยังไงอ่านเลย

Last updated: 2022-05-04  |  322 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กล้องติดรถยนต์ VIOFO ซีรีส์ A129 แตกต่างกันยังไงอ่านเลย

ในปี 2018 ทางแบรนด์ VIOFO ได้เปิดตัวกล้องติดรถยนต์ ซีรีส์ A129 ในชื่อกล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Duo เป็นกล้องติดรถยนต์ที่มาในรูปแบบกล้องหน้าพร้อมกล้องหลัง ซึ่งหลังจากที่เปิดตัวก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปี 2018 เลยทีเดียว หลังจากที่กล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Duo ได้รับความนิยม


ทางแบรนด์ก็ได้พัฒนากล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Duo ต่อโดยการเพิ่มฟังก์ชัน IR ไปที่กล้องหลังเพื่อใช้สำหรับบันทึกภาพในห้องโดยสารในตอนกลางคืน และตั้งชื่อว่ากล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Duo IR สำหรับใช้งานกับ รถ Uber, รถแท็กซี่, และไดรเวอร์การแชร์รถ เป็นต้น


หลังจากนั้นไม่นานทางแบรนด์ VIOFO ก็ได้เปิดตัวกล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Pro Duo เป็นกล้องติดรถยนต์กล้องหน้าพร้อมกล้องหลังตัวแรกในแบรนด์ของ VIOFO ที่มีกล้องหน้าคมชัด 4K


และต่อมาทางแบรนด์ก็ได้ผลิตกล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Plus Duo ซึ่งตัวนี้ที่อัพเกรดมาจากกล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Duo ที่เป็นเวอร์ชันก่อนหน้านี้ ต่อมาก็ได้ผลิตกล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Plus Duo IR ซึ่งแน่นอนว่าอัพเกรดมาจากกล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Duo IR และก็เข้ามาแทนที่กล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Duo ในซีรีส์ A129 ด้วยเช่นเดียวกันค่ะ

ก็สรุปได้ว่าทางแบรนด์ VIOFO ได้ผลิตกล้องติดรถยนต์ในซีรีส์ A129 ออกมาทั้งหมด 5 รุ่นด้วยกัน คือ

 

แต่ในปัจจุบันไม่มี กล้องติดรถยนต์ VIOFO  A129 Duo IR เพราะถูกแทนที่ด้วย กล้องติดรถยนต์ VIOFO  A129 Plus Duo IR เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเชื่อว่าหลายคนเลยที่ยังคงสับสนเกี่ยวกับกล้องติดรถยนต์ VIOFO ในซีรีส์ A129 คือแยกไม่ออกว่าแต่ละตัวมันแตกต่างกันยังไง เพราะถ้าดูแค่รูปลักษณ์ภายนอกอย่างเดียวก็แทบจะแยกไม่ออกเลย วันนี้ทางเราจึงนำข้อมูลจำเพาะของกล้องติดรถยนต์ VIOFO ในซีรีส์ A129 ทั้งความเหมือนและความแตกต่างกันมาให้ทุกคนได้ดูเพื่อที่จะได้แยกได้ดังต่อไปนี้ค่ะ

 

  สิ่งที่กล้องติดรถยนต์ VIOFO ซีรีส์  A129 มี “เหมือนกัน”

 

  Remark:

  1. Auto event detection: บันทึกเมื่อมีสิ่งเคลื่อนไหวผ่านหน้ากล้องเท่านั้น เช่น มีรถขับมาชน ก็จะได้ทั้งคลิปหลังและคลิปก่อนชน ทำให้รู้ได้เลยว่ารถยนต์ที่ขับมาชนนั้นมาจากทิศทางไหน
  2. Time lapse: บันทึกตลอดเวลา แต่คลิปที่ได้จะเป็นแบบเร่งความเร็วเท่านั้น และไม่สามารถกำหนด หรือทำให้คลิปเล่นแบบปกติได้
  3. Low bitrate recording: เป็นการบันทึกวิดีโอด้วยบิตเรตต่ำที่จะช่วยประหยัดพื้นที่ในเมมมากขึ้น เช่น เมม 64GB บันทึกคลิปปกติใช้เวลา 5 ชม. แต่ถ้าเลือกบิตเรตต่ำจะบันทึกได้ประมาณ15 ชม.แต่คลิปที่ได้ภาพก็จะมีความคมชัดที่น้อยลงนั่นเองค่ะ

 

  ความ “แตกต่าง” ของกล้องติดรถยนต์ VIOFO ซีรีส์  A129

 

  เลือกกล้องติดรถยนต์ VIOFO ซีรีส์ A129 ยังไงให้ใช้งานแล้วเกิดประโยชน์มากสุด?

  วิธีเลือกกล้องติดรถยนต์ VIOFO ซีรีส์ A129 ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ก็คือ เลือกให้ตรงกับการใช้งานให้มากที่สุดค่ะ
ยกตัวอย่างเช่น ขับรถแท็กซี่ ปล่อยรถให้คนเช่า หรือขับรถโดยสารประจำทาง แนะนำให้เลือกกล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Plus Duo IR เพราะตัวนี้เข้าได้รับการออกแบบมาให้กล้องหลังติดในห้องโดยสารโดยเฉพาะค่ะ


ถ้าคุณต้องการให้กล้องติดรถยนต์บันทึกวิดีโอได้อย่างสมบูรณ์แบบ เก็บทุกรายละเอียด ภาพสวยคมชัด แนะนำให้เลือกกล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Pro Duo เพราะกล้องหน้าคมชัด 4K ทำให้ภาพที่ได้สวย คมชัดแน่นอนค่ะ แต่ถ้าไม่ต้องการความคมชัดถึง 4K แค่ 2K ก็เพียงพอแล้ว แนะนำให้เลือกกล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 Plus Duo แทนค่ะ


แต่ถ้าคุณต้องการกล้องติดรถยนต์หน้า-หลัง ในราคาที่ประหยัด พร้อมกับตัวกล้องต้องมีคุณภาพการบันทึกวิดีโอที่ดีด้วย แนะนำให้เลือกกล้องติดรถยนต์ VIOFO A129 ที่กล้องหน้า-หลังคมชัด Full HD ตัวนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียวแถมเป็นตัวที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปี 2018 อีกด้วยนั่นเองค่ะ

 

  ช่องทางการสั่งซื้อ

Powered by MakeWebEasy.com