ย้อนวันวานการตัดสินใจเลือกวงการความเร็ว 2 ล้อ ของ 'ทาคาอากิ นาคากามิ' นักบิดเอเชียหนึ่งเดียวใน MotoGP 2023

Last updated: 25 พ.ค. 2566  |  581 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ย้อนวันวานการตัดสินใจเลือกวงการความเร็ว 2 ล้อ ของ 'ทาคาอากิ นาคากามิ' นักบิดเอเชียหนึ่งเดียวใน MotoGP 2023

นักบิดโมโตจีพีกว่าจะขึ้นมาถึงคลาสสูงสุดแต่ละคนมีเส้นทางที่แตกต่างกัน วันนี้เรามาย้อนวันวานการตัดสินใจเลือกวงการความเร็ว 2 ล้อของ ทาคาอากิ นาคากามิ นักบิดชาวญี่ปุ่นจากทีม LCR Honda Idemitsu

กว่าจะมีที่นั่งในพรีเมียร์คลาสไม่ใช่เรื่องง่ายโดยเฉพาะนักบิดนอกทวีปยุโรปจะมีความท้าทายเป็นพิเศษ เขาคนนี้ก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับนี้ได้อย่างไรติดตามสัมภาษณ์บางส่วนจาก Crash.net กันเลย

คุณเริ่มแข่งรถได้ยังไง? ประสบการณ์ครั้งแรกกับมอเตอร์ไซค์เป็นอย่างไร?

"ผมเริ่มตอนอายุ 4 ขวบ พ่อแม่ของผมเป็นแฟนตัวยงของมอเตอร์สปอร์ต ไม่ใช่แค่ 2 ล้อเท่านั้นแต่ชอบ 4 ล้อด้วย จริงๆแล้วพ่อแม่ของผมผลักดันให้ผมแข่งรถยนต์"

แล้วเกิดอะไรขึ้น คุณได้ลองขับรถ 4 ล้อหรือยัง?

"ลองแล้วครับ ตอนผม 4 ขวบ พ่อแม่ของผมยังแข่งโกคาร์ทอยู่เลย แข่งเล่นๆสนุกๆ ตอนที่พวกเขาลงแข่งผมไม่มีอะไรทำ พ่อแม่ก็เลยซื้อพ็อกเกตไบค์ให้ผมขี่เล่นที่ลานจอดรถ นั่นคือจุดเริ่มต้นในการขี่รถ 2 ล้อของผม"

"จากนั้นพอผมอายุ 9 ขวบ เราไปสนามแข่งโดยที่ตอนเช้าเราจะซ้อม 2 ล้อ ตอนบ่ายซ้อม 4 ล้อ วันนั้นผมตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของผม! ผมได้ลองทั้ง 2 อย่างแล้ว และผมเลือก 2 ล้อ!"

ทำไมคุณถึงเลือก 2 ล้อ?

"เป็นการตัดสินใจที่ง่ายมากเพราะผมเริ่มขี่มันตั้งแต่ 4 ขวบ อีก 5 ปีต่อมาผมก็ชินกับตำแหน่งต่างๆในการขี่แล้ว ทุกย่างดูเป็นธรรมชาติเมื่อผมขี่มอเตอร์ไซค์ คนส่วนใหญ่รู้สึกปลอดภัยเวลาขับรถยนต์แต่ผมกลับรู้สึกตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง การขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ได้ทำให้รู้สึกอันตรายสำหรับผม นั่นคือช่วงเวลาที่ผมตัดสินใจว่าอยากทำอาชีพอะไร หลังจากนั้นเราก็มุ่งมั่นไปที่ 2 ล้ออย่างเต็มที่"

คุณพัฒนาสไตล์การขี่ของคุณอย่างไร?

"สไตล์บางอย่างของผมมันเป็นธรรมชาติแต่ผมทำงานหนักมากเพื่อพัฒนาตัวเอง มีเพื่อนๆให้ความช่วยเหลือแต่ผมไม่ได้รับคำแนะนำจากพ่อแม่เพราะทั้ง 2 คนมีความหลงไหลในการขับรถยนต์มากกว่าเพราะมันเป็นงานของเขา พ่อผมเป็นช่างดูแลเครื่องยนต์ส่วนแม่ผมเป็นคนขับแท็กซี่ พวกเขาไม่รู้วิธีขี่มอเตอร์ไซค์แต่เราทำงานร่วมกันเป็นครอบครัว"

"เมื่อผมโตขึ้น ผมเร็วขึ้นๆและชนะการแข่งขันหลายรายการในญี่ปุ่น จาก 50cc ก้าวขึ้นไปแข่ง 125cc จากนั้นผมก็ย้ายไปแข่งที่สเปน เพราะผมชนะการแข่งขันเป็นส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นผมก็เลยอยากไปแข่งที่ยุโรปแต่ไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับผม"

มันยากแค่ไหนที่จู่ๆคุณต้องมาแข่งกับนักบิดที่เร็วกว่าคุณ?

"โอ้ มันยากมาก พูดตามตรงว่าตอนแรกผมตกใจมากเพราะอย่างที่ผมเล่าไปแล้วว่าที่ญี่ปุ่นผมมักจะชนะเสมอแต่เมื่อมาที่สเปนมันยากมากที่จะจบการแข่งขันในอันดับท็อป 10! ก่อนออกจากญี่ปุ่นผมคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งและบางทีอาจจะเอาชนะนักแข่งสเปนได้ด้วยซ้ำแต่ความจริงมันไม่ใช่เลย!"

คุณต้องปรับตัวหลายอย่าง สุดท้ายแล้วคุณเอาชนะมันได้ยังไง?

"ผมอยู่ในอคาเดมีของโมโตจีพี อัลแบร์โต้ พูอิก เป็นเหมือนหัวหน้าทีม เขาช่วยผมได้เยอะเลย"

คุณลังเลไหมตอนที่ได้รับโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันในคลาส MotoGP เมื่อปี 2018?

"ตอนปี 2017 ฮอนด้าไม่ได้บอกว่าปีหน้านายจะได้แข่งในคลาสโมโตจีพีนะแต่ผมเริ่มรู้สึกได้ว่าพวกเขาคิดถึงเรื่องนี้ มันเป็นเวลาหลายปีแล้วที่ไม่มีนักแข่งญี่ปุ่นใน MotoGP ฮอนด้าพยายามอย่างหนักเพื่อให้มีนักแข่งญี่ปุ่นกลับไปยังคลาส MotoGP อีกครั้ง ผมแสดงให้เห็นแล้วว่าผมเร็วใน Moto2 ดังนั้นทุกอย่างมันลงล็อกพอดี"

"แน่นอนว่าทุกวันมันไม่ได้เพอร์เฟคท์ แต่ผมพูดได้เลยว่าผมแฮปปี้มากๆกับอาชีพของผมที่ LCR Honda ในคลาส MotoGP"

กว่าจะมาถึงจุดสูงสุดในวงการความเร็ว 2 ล้อ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย บทความต่อไปเราจะพาไปย้อนวันวานของนักบิดคนไหน ติดตามทุกความเคลื่อนไหวได้ที่ 

 

by cassieJ

 

เครดิต : www.crash.net

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้