Last updated: 27 ส.ค. 2569 | 16 จำนวนผู้เข้าชม |
สัญญาณผิวหย่อนคล้อยจะเกิดขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาการแก้มตก กรอบหน้าไม่กระชับ หรือร่องแก้มลึกขึ้น อาการเหล่านี้เป็นเรื่องที่หลายคนกังวลและมองหาทางแก้ไข ในปัจจุบัน นวัตกรรมด้านความงามได้พัฒนามาไกลกว่าเดิมโดยเฉพาะนวัตกรรมการยกกระชับหน้าโดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด เพื่อให้ได้รู้จักนวัตกรรมการยกกระชับใบหน้ากันมากขึ้น ในบทความนี้ เราจะพาไปเจาะลึกเกี่ยวกับการยกกระชับหน้า วิธียกกระชับหน้า การเตรียมตัวก่อนและหลังทำยกกระชับหน้า แล้วคลินิกยกกระชับหน้า
ที่ไหนดี?

การยกกระชับหน้า (Facial Lifting) คือกลุ่มหัตถการที่มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูความกระชับของผิวหนังและโครงสร้างใต้ผิว ให้กลับมาดูตึงกระชับและอ่อนเยาว์ขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป
ตามธรรมชาติแล้ว เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะผลิตคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่คล้าย "โครงสร้างค้ำยัน" ของผิวได้น้อยลงเรื่อย ๆ ประกอบกับปัจจัยอื่น เช่น การสัมผัสแสงแดดสะสม แรงโน้มถ่วง น้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลง การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือความเครียด ล้วนเร่งให้ผิวหย่อนคล้อยเร็วขึ้น
เทคโนโลยียกกระชับหน้าแบบไม่ผ่าตัดในปัจจุบันส่วนใหญ่อาศัยหลักการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นใหม่ด้วยพลังงานรูปแบบต่าง ๆ เช่น คลื่นวิทยุ (Radiofrequency: RF) คลื่นอัลตราซาวด์โฟกัส (Focused Ultrasound/HIFU) หรือการใช้เข็มขนาดเล็กร่วมกับพลังงาน RF (Microneedling RF) รวมถึงการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มปริมาตรผิวที่สูญเสียไป ข้อดีของวิธีเหล่านี้คือไม่ต้องดมยาสลบ แผลเล็กหรือไม่มีแผลเลย และใช้เวลาพักฟื้นน้อยกว่าการผ่าตัดดึงหน้าแบบดั้งเดิมมาก
การยกกระชับหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน รวมถึงความหย่อนคล้อย เป้าหมาย และการวิเคราะห์ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ละวิธีก็อาจเหมาะกับบางคน ไม่เหมาะกับบางคน
หากพูดถึงโปรแกรมยกกระชับหน้า ก็มีหลากหลายโปรแกรมให้เลือก แต่ละแบบจะมีกลไกการทำงานไม่เหมือนกัน เช่น RF, HIFU/Ultrasound และฟิลเลอร์ เพื่อให้แพทย์สามารถออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคลได้จริง โปรแกรมยกกระชับหน้าต่าง ๆ จะมีด้วยกันดังนี้
โปรแกรม Morpheus8 คือเทคโนโลยีที่ผสานการทำ Microneedling (เข็มขนาดเล็กเคลือบทอง) เข้ากับพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) โดยหัวทิปสำหรับใบหน้าจะมีเข็มขนาดเล็กประมาณ 24 เข็ม ส่วนหัวทิปสำหรับลำตัวจะมีประมาณ 40 เข็ม เข็มเหล่านี้จะปล่อยพลังงาน RF ลงไปในชั้นผิวโดยตรงที่ระดับความลึกต่าง ๆ ตั้งแต่ 0.5, 2, 3 จนถึง 4 มิลลิเมตรสำหรับใบหน้า และสามารถปรับความลึกได้มากขึ้นสำหรับลำตัวจนถึงชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างใต้ผิวที่เกี่ยวข้องกับความกระชับของใบหน้าโดยตรง
กลไกการทำงานคือการสร้างบาดแผลระดับจุลภาคที่ควบคุมได้ในชั้นผิว ร่วมกับความร้อนจาก RF ซึ่งจะไปกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติของร่างกาย นำไปสู่การสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่
ประโยชน์ที่ โปรแกรม Morpheus8 ช่วยได้ ได้แก่
จุดเด่นอีกอย่างของโปรแกรม Morpheus8 คือใช้ได้กับหลายบริเวณ ทั้งใบหน้า ลำคอ ลำตัว ต้นแขน ต้นขา และหน้าท้อง อีกทั้งยังผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) และมีความปลอดภัยสูง ใช้เวลาพักฟื้นน้อย ขั้นตอนการรักษาโดยทั่วไปจะเริ่มจากทำความสะอาดผิวและทายาชา 40-60 นาที จากนั้นแพทย์จะใช้เครื่อง Morpheus8 ร่วมกับระบบทำความเย็นเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายผิว ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาทีต่อครั้งขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
โปรแกรม Ultherapy Prime เป็นเทคโนโลยี HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) รุ่นล่าสุดที่พัฒนาโดย Merz Aesthetics ต่อยอดจากเครื่อง Ulthera ดั้งเดิมที่ได้รับความไว้วางใจมานานกว่า 15 ปี จุดเด่นคือการส่งพลังงานอัลตราซาวด์แบบโฟกัสลึกลงไปถึงชั้น SMAS โดยตรง สร้างความร้อนเฉพาะจุดเพื่อกระตุ้นให้ชั้นผิวหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ พร้อมเทคโนโลยีสร้างภาพเรียลไทม์ DeepSEE ที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวขณะทำหัตถการ ทำให้ควบคุมความแม่นยำและความปลอดภัยได้ดี เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับโครงสร้างผิวชั้นลึก เก็บกรอบหน้า ยกคิ้ว หรือแก้ปัญหาหนังตาตก
โปรแกรม Oligio เป็นเทคโนโลยี RF แบบ Monopolar ที่ให้ความร้อนแก่ชั้นผิวลึกอย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น เหมาะกับผิวหลากหลายประเภทและสามารถปรับโปรแกรมให้ตรงกับปัญหาผิวของแต่ละคนได้
โปรแกรม Ultraformer III ใช้เทคโนโลยีอัลตราซาวด์โฟกัสระดับไมโคร (Micro-Focused Ultrasound: MFU) ส่งพลังงานไปยังชั้นผิวหนังแท้และชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน จุดเด่นคือมีหัวทิปหลายแบบให้เลือกปรับความลึกได้หลากหลาย จึงใช้ได้ทั้งบริเวณใบหน้า (คิ้ว กรอบหน้า แก้ม) ลำคอ และลำตัว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดและไม่มีดาวน์ไทม์
สำหรับผู้ที่ปัญหาหลักคือปริมาตรผิวที่สูญเสียไปตามวัย เช่น แก้มตอบ ร่องแก้มลึก หรือคางสั้น การฉีดฟิลเลอร์แบรนด์คุณภาพจะช่วยเติมเต็มโครงหน้าให้ดูอิ่มฟูและกระชับขึ้นได้ทันทีหลังฉีด มักใช้ร่วมกับโปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจนอื่น ๆ เพื่อผลลัพธ์โดยรวมที่เป็นธรรมชาติและครบถ้วนมากขึ้น
ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ เช่น รอยแดง บวมเล็กน้อย รู้สึกตึงหรือแห้งผิว หรือมีรอยช้ำเล็ก ๆ ซึ่งโดยทั่วไปจะหายไปเองภายในไม่กี่วัน หากอาการไม่ดีขึ้นหรือรุนแรงผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาทันที
ทั้งนี้ ผลลัพธ์ของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สภาพผิวเดิม พฤติกรรมการใช้ชีวิต (การสูบบุหรี่หรือการโดนแดดบ่อยจะเร่งให้คอลลาเจนสลายตัวเร็วขึ้น) รวมถึงความสม่ำเสมอในการดูแลผิวหลังทำตามคำแนะนำของแพทย์ การทำหัตถการซ้ำตามรอบที่แพทย์แนะนำก็มีส่วนช่วยยืดอายุผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้นเช่นกัน

ขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ก็คือการเลือกคลินิกยกกระชับที่มีมาตรฐานความปลอดภัย มีแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญจริง และใช้เครื่องมือของแท้จากผู้ผลิตที่ได้รับการรับรอง หนึ่งในคลินิกที่ตอบโจทย์คือ Remede Wellness Clinic ที่พร้อมด้วยเทคโนโลยียกกระชับแบบครบวงจรจบในที่เดียวทั้ง โปรแกรม Morpheus8, โปรแกรม Ultherapy Prime, โปรแกรม Oligio RF, โปรแกรม Ultraformer III และโปรแกรมฟิลเลอร์ให้เลือกครบ ทำให้แพทย์สามารถออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคลได้จริง แทนที่จะถูกจำกัดด้วยเครื่องมือเพียงชนิดเดียว มีรางวัลและการรับรองจากพันธมิตรในวงการความงามหลายรายการ ซึ่งสะท้อนว่าคลินิกใช้เครื่องมือและผลิตภัณฑ์ของแท้ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ผลิตโดยตรง Remede Clinic ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของลูกค้า มีห้องทำหัตถการส่วนตัว ห้องพักผ่อนสำหรับให้น้ำเกลือ พื้นที่จอดรถในโครงการ และบริการรับส่งจากสถานี Airport Link รามคำแหง เพื่อให้ทุกการมาใช้บริการเป็นประสบการณ์ที่ผ่อนคลายและสะดวกสบาย
การพิจารณาคลินิกที่มีทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยีหลากหลายให้เลือกตามสภาพผิว และมาตรฐานความปลอดภัยที่ตรวจสอบได้อย่าง Remede Clinic ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าพิจารณา
2 ก.ค. 2569